ชาวบ้านเชื่อพระพุทธรูป”ปางพยาบาล-ปางเรียกรับโชค” ให้โชค แก่ชาวบ้านที่มากราบไหว้

จากคำลำลือของชาวบ้านที่พูดเล่าต่อกันมา จากความเป๋นมา ของพระพุทธรูปองค์นี้ จากพระปลัดเนตร โกสโร เจ้าอาวาสวัดขนอนเหนือ ได้กล่าวถึงความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้ ว่า เจ้าอาวาสรูปเดิมได้สั่งให้ช่างปั้นชื่อหริ อยู่ที่บ้านหว้า จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมวัดต่างสงสัยเข้ามาสอบถามกันบ่อยครั้ง ซึ่งขณะนี้ ทางวัดกำลังอยู่ระหว่างรวบรวมประวัติ เพื่อจดบันทึกไว้เป็นประวัติของวัดด้วย เนื่องจากวัดขนอนมีความเป็นประวัติศาสตร์ สืบต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในอุโบสถยังมีจิตกรรมฝาผนัง เล่าเรื่องราวสมัยกรุงศรีอยุธยาที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาไว้เป็นหลักฐานด้วย 

อดีตเจ้าอาวาสวัดขนอนเหนือ ไปพบภาพพระพุทธรูปปางอาพาธ และเห็นว่าแปลกดี จึงได้นำรูปภาพพระดังกล่าวมาให้ปั้น เพื่อให้ชาวบ้านสักการะบูชา รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ให้แก่ชาวบ้านได้ ชาวบ้านก็ศรัทธาเข้ามากราบไหว้บูชาขอบารมี รักษาโรคภัยไข้เจ็บหายได้ เพราะเชื่อว่า พระพุทธเจ้าผู้มีเมตตามารักษาโรคให้ ระหว่างปั้นได้มีชาวบ้านนำพระเครื่องหลายองค์มาบรรจุไว้ที่เศียร และหน้าอกด้วย 

 เมื่อปั้นเสร็จแล้วพบว่า ชาวบ้านให้ความสนใจเข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมาก เพื่อขอบารมีโชคลาภ ทำมาค้าขึ้น จนได้มีชาวบ้านรายหนึ่งถูกหวยรางวัลที่ 1 จังหวัดกำแพงเพชร ทั้งนี้ พอสร้างพระพุทธรูปปางรับโชค เสร็จได้ไม่นานทางวัดบ้านหว้าได้ทำการก่อสร้างอุโบสถหลังใหญ่ เพราะได้เงินเข้ามาวัดเป็นจำนวนมาก

ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวอีกว่า หลังจากปั้นพระพุทธรูปปางพยาบาล กลายเป็นที่โจษขานของชาวบ้านแล้วเรื่องดังกระฉ่อนไปถึงพระช่วง อาจินตโน แห่งวัดบ้านหว้า ได้ว่าจ้างให้ตนปั้นพระพุทธรูปปางเรียกรับโชคขึ้นอีก1 องค์ โดยเจ้าอาวาสวัดบ้านหว้าได้นำเศียรพระพุทธรูปเก่า เนื้อหินทะเลที่ชาวประมงปากอ่าวไทย ลากติดอวนได้มา นำมาให้ตนเองต่อเป็นองค์ เป็น “พระปางเรียกรับโชค” นำไปตั้งประดิษฐานไว้ที่ปากทางเข้าวัดบ้านหว้า ริมถนนสายเอเชีย โดยกำหนดให้มือขวาอยู่ในลักษณะกวักมือเรียกเขาหาตัว ส่วนมือซ้ายปั้นในลักษณะแบมือรับโชค หรือ อุ้มโชคไว้ องค์พระอยู่ในท่ายืนสงบนิ่ง สูงรวม 2 เมตร 

ชาวบ้านจึงพามากราบไหว้ และขอพรกันจำนวนมาก